เตือน 5 พฤติกรรมเสี่ยงหน้าร้อน

กรม สบส. เตือน 5 พฤติกรรมเสี่ยงหน้าร้อน แนะสุขบัญญัติช่วยลดเสี่ยงโรคภัย

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) เตือน 5 พฤติกรรมเสี่ยงช่วงฤดูร้อน ได้แก่ เสี่ยงอ้วน และโรคเบาหวาน เสี่ยงไฟไหม้ เสี่ยงเด็กจมน้ำ เสี่ยงท้องร่วง และเสี่ยงกระทบกระทั่งจากการใช้อารมณ์ แนะ     นำสุขบัญญัติใช้ลดเสี่ยง และเลิกสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นายแพทย์ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ช่วงนี้หลายพื้นที่มีอากาศร้อนจัด ห่วงใยประชาชนอาจมีพฤติกรรมเสี่ยงเกิดโรคและภัยต่อสุขภาพ คือ

1) เสี่ยงต่อภาวะอ้วนและโรคเบาหวาน ถ้ามีพฤติกรรมในการดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง ขนมหวาน และผลไม้รสหวานจัดเป็นประจำ

2) เสี่ยงไฟไหม้ จากการเปิดพัดลมทิ้งไว้นานๆ ลืมปิดก่อนออกจากบ้าน อากาศที่แห้งและร้อนในช่วงนี้ทำให้เกิดไฟไหม้ได้ง่าย

3) เสี่ยงเด็กจมน้ำจากการแอบไปเล่นน้ำตามลำพังในช่วงปิดเทอม และการท่องเที่ยวทะเล น้ำตก ช่วงฤดูร้อน โดยขาดการระมัดระวัง

4) เสี่ยงต่อการเกิดโรคท้องร่วง อาหารเป็นพิษ ติดเชื้อจากการรับประทานอาหารปรุงไม่สุก อาหารสุกๆ ดิบๆ ไม่สะอาด

5)เสี่ยงมีปัญหากระทบกระทั่งจากการใช้อารมณ์ เนื่องจากอากาศร้อนส่งผลกระทบทางอ้อมต่อสุขภาพจิต  โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะเครียด มีปัญหาส่วนตัวอยู่แล้ว อาจเพิ่มความเครียดให้สูงขึ้น ทำให้อารมณ์หงุดหงิด โมโหง่าย ใจร้อน และขาดสติ

นายชาญยุทธ พรหมประพัฒน์ ผู้อำนวยการกองสุขศึกษา กล่าวว่า ประชาชนควรดูแลสุขภาพตนเองในช่วงหน้าร้อน เพื่อลด 5 พฤติกรรมเสี่ยงหน้าร้อน ด้วยการนำหลักสุขบัญญัติมาปฏิบัติ ดังนี้

1) ดื่มน้ำเปล่า แทนน้ำหวาน น้ำอัดลม ลดเสี่ยงอ้วน โรคเบาหวาน การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว โดยดื่มหรือจิบเป็นระยะตลอดวัน ช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำในร่างกายช่วงอากาศร้อน ลดเสี่ยงโรคฮีตสโตรก ทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดี ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ

2) ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ระมัดระวังอุบัติภัยจากไฟไหม้ ด้วยการตรวจเช็คเครื่องใช้ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่ชำรุด โดยเฉพาะพัดลมที่มีการใช้งานหนักในช่วงอากาศร้อนและมีอายุการใช้งานมานาน อย่าเปิดทิ้งไว้นานๆ ปิดสวิตช์และถอดปลั๊กก่อนออกจากบ้าน

3) ระมัดระวังเด็กจมน้ำ ดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิดในช่วงปิดเทอม โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ให้เทน้ำในภาชนะที่มีน้ำขังออก กั้นบริเวณให้เด็กเล่นในที่ปลอดภัย ปิดฝาภาชนะใส่น้ำ ส่วนบ้านที่มีเด็กอายุมากกว่า 5 ขวบ ให้เฝ้าระวังการชวนกันไปเล่นน้ำตามลำพัง ฝึกให้เด็กหัดว่ายน้ำ ลอยตัว ย้ำเตือนเรื่องการพบเห็นคนตกน้ำห้ามลงไปช่วยเอง ให้ใช้การตะโกน โยน ยื่น  และสอนเรื่อง อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม ในบริเวณใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ และในการท่องเที่ยวพักผ่อนคลายร้อนที่ทะเล น้ำตกหรือแหล่งเก็บน้ำธรรมชาติต่างๆ ควรเลือกเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย สังเกตป้ายหรือสัญลักษณ์คำเตือน และปฏิบัติตามคำแนะนำและกฎแห่งความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

4) เลือกรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงใหม่ๆ เนื้อสัตว์ที่ปรุงสุก และไม่มีแมลงวันตอม ที่สำคัญ คือล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ

5) ฝึกฝนการใช้สติควบคุมอารมณ์ จะช่วยยับยั้งปัญหาการกระทบกระทั่งที่อาจลุกลามรุนแรงได้ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหาเวลาออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอกจากช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ช่วยให้มีความสุข แก่ช้าลงอีกด้วย

 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพที่น่าสนใจได้ที่เว็บไซต์คลังความรู้สุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (http://healthydee.moph.go.th)